ไทยยูเนี่ยน คว้าอันดับ 1 ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของโลก ปีที่ 2 ติดต่อกัน

  • ไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เป็นปีที่ 6ติดต่อกัน
  • ไทยยูเนี่ยนประสบความสำเร็จได้คะแนนสูงสุดที่100เปอร์เซ็นไทล์ของอุตสาหกรรม สำหรับคะแนนด้านความยั่งยืนโดยรวม
  • DJSI ยังให้คะแนนไทยยูเนี่ยนสูงสุดที่100คะแนนเปอร์เซ็นไทล์ ในด้านต่างๆ อีก 9ด้านอีกด้วย

16 กันยายน 2562, กรุงเทพบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทอาหารทะเลชั้นนำของโลก คว้าอันดับ 1 ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ในผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของโลกเป็นปี 2ติดต่อกันปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่6 ติดต่อกัน สืบเนื่องจาก กลยุทธ์ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน หรือ SeaChange®ที่เป็นตัวขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืนของบริษัททั่วโลก

ไทยยูเนี่ยนนับว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการได้คะแนนสูงสุดที่100 เปอร์เซ็นไทล์ ในด้านความยั่งยืนโดยรวม   นอกจากนี้ ยังได้รับคะแนนสูงสุดในหัวข้อ 1) จรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านแรงงาน2) สุขภาพและโภชนาการ 3) การสรุปประเด็นที่มีนัยสำคัญ4) การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน 5)การรายงานด้านสิ่งแวดล้อม6) การพัฒนาเทคโนโลยีด้านชีวภาพ 7) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในเรื่องน้ำ8) สิทธิมนุษยชน และ9) การสร้างแรงจูงใจและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงสุดขององค์กร

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า

“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้รับคัดเลือกติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์อีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานด้านความยั่งยืนทั่วโลกของเรา  ที่ไทยยูเนี่ยน ความยั่งยืนคือแกนหลักของธุรกิจ และมีส่วนในการตัดสินใจทางธุรกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้น   ด้วยแบรนด์ต่างๆ ที่เรามีวางจำหน่ายในทวีปต่างๆ ทั่วโลก เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเล”

ดร. แดเรี่ยน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมกิจการองค์กรและความยั่งยืน ไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า

“เป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจมากสำหรับทุกคนในไทยยูเนี่ยน ทีมงานของเราทั่วโลกทำงานกันอย่างหนักทุกวัน เราพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่เราจะทำให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลกมีความยั่งยืนมากขึ้น ท้องทะเลของโลกมีความยั่งยืนมากขึ้น และธุรกิจของเรามีความยั่งยืนมากขึ้น”

ในแต่ละปี มีบริษัทมากกว่า 3,000แห่งได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประเมินด้านความยั่งยืนของธุรกิจCorporate Sustainability Assessment (CSA)ของบริษัท RobecoSAMโดยบริษัทที่ได้รับเลือกเข้ามาอยู่ในดัชนี จะต้องผ่านการประเมินด้านต่างๆ ครอบคลุมเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมในระยะยาว ทั้งในแง่ความยั่งยืนทั่วไปและแนวโน้มความยั่งยืนเฉพาะอุตสาหกรรม

เมื่อช่วงต้นปี ไทยยูเนี่ยนได้เผยแพร่รายงานความยั่งยืนปี 2561โดยมีรายละเอียดความคืบหน้าของการดำเนินงานเชิงบวกที่ทำในปีที่ผ่านมา และนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานของบริษัท เทียบกับตัวชี้วัดหลักและเป้าหมายที่ตั้งไว้ในกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนของบริษัท หรือที่เรียกว่า SeaChange®ไทยยูเนี่ยนยังมีทำงานที่ริเริ่มในปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความพยายามด้านความยั่งยืนของเรา เช่น การทำงานร่วมกับGGGI (Global Ghost Gear Initiative) เพื่อผลักดันปัญหาเรื่องการลดขยะพลาสติก และลดปัญหาการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งและสูญหายไปในทะเลทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการเผยแพร่รายงานความก้าวหน้าประจำปีพันธกิจการจัดการปลาทูน่าแบบยั่งยืนครั้งแรก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การจัดหาวัตถุปลาทูน่าทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตภัณฑ์แบรนด์ของบริษัทต้องมาจากแหล่งประมงที่ยั่งยืน

SeaChange®เป็นแผนบูรณาการริเริ่ม ซึ่งประกอบด้วย 4 โครงการหลักคือ 1) แรงงานปลอดภัยและแรงงานที่ถูกกฎหมาย2) การจัดหาวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ 3) การดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ และ4) ผู้คนและชุมชน

SeaChange®มีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรรมอาหารทะเลของโลก รวมถึงเพื่อช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายการขจัดความหิวโหย การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล

นอกจากการติดดัชนี DJSI แล้ว เมื่อปีที่ผ่านมาไทยยูเนี่ยนยังได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับในดัชนี FTSE4Goodในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ติดต่อกัน 3ปี ซึ่งเป็นการจัดอันดับโดยฟุตซี รัสเซล  โดยดัชนีดังกล่าวเปิดตัวในปี 2544เพื่อช่วยนักลงทุนตระหนักถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG)ในการตัดสินลงทุน และเป็นกรอบการดำเนินงานเพื่อการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทความพยายามด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลจำนวนมากในปีนี้ เช่น การได้รับรางวัลผู้นำด้านห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนกับWWF-UKในงานประกาศรางวัลผู้นำด้านความยั่งยืน จาก edieดร.แดเรี่ยน แมคเบนได้รับรางวัล Asia’s Top Sustainability Superwomen จากCSRWorks ขณะเดียวกันแบรนด์ John Westซึ่งเป็นแบรนด์ของไทยยูเนี่ยน ได้รับรางวัลชนะเลิศแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องประจำปี2562ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นปีที่สามติดต่อกัน จากสำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานการประมง (MSC)

แสดงความคิดเห็น

comments