สถานที่ท่องเที่ยวในอเมริกา

มหานครนิวยอร์ก (New York City) รัฐนิวยอร์ก (New York)

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty)อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ สัญลักษณ์สำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่บนเกาะลิเบอร์ตี อ่าวนิวยอร์ก สร้างด้วยโลหะสำริด มีลักษณะเป็นรูปร่างผู้หญิง สวมใส่ผ้าคลุมไหล่ ถือคบเพลิงอยู่ที่มือด้านขวา และถือหนังสือกฎหมายอยู่ที่มือด้านซ้าย ซึ่งมีวันที่ของการลงนามคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา (The Declaration of Independence) เขียนไว้เป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้กับอเมริกาในวันครบรอบ 100 ปีแห่งอิสรภาพ จากฐานของเทพีเสรีภาพจนถึงปลายของคบเพลิงสูงประมาณ 93.3 เมตร ซึ่งถ้าหากได้ไปยืนที่ฐานจะเห็นถึงความใหญ่โตมโหฬารของเทพีเสรีภาพ นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นบันไดวน 162 ขั้น เพื่อไปชมวิวเมืองนิวยอร์กจากบนยอดมงกุฎได้อีกด้วย

น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls)น้ำตกไนแองการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของสหรัฐอเมริกา ที่รัฐนิวยอร์ก และประเทศแคนาดา ที่เมืองโทรอนโต รัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นน้ำตกที่อยู่บนแม่น้ำไนแองการา เมื่อมวลน้ำมหาศาลมาสู่จุดที่แผ่นดินยุบตัว จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดมหึมา มีทั้งหมด 3 แห่งในบริเวณเดียวกัน คือ American Falls, Bridal Veil Falls และ Canadian Falls นักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งเรือเข้าไปชมน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเห็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่สูงมากกว่า 50 เมตร และกว้างมากกว่า 300-800 เมตร (American Falls และ Bridal Veil Falls สูง 53.6 เมตร กว้าง 323.08 เมตร ส่วน Canadian Falls สูง 50.9 เมตร กว้าง 792.4 เมตร) สามารถไปเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี แต่หน้าหนาวจะหนาวมาก และประกันการเดินทางน้ำตกจะเป็นน้ำแข็ง

เมืองที่เกือบทุกคนบนโลกนี้ต้องรู้จัก นิวยอร์กมีทุกอย่างที่คุณสรรหาตั้งแต่สวนสวยขนาดใหญ่กลางเมืองเช่นเซ็นทรัลพาร์ค (Central Park)พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ระดับโลก ร้านอาหารนานาชาติ แหล่งช้อปปิ้งสุดหรูแพงหูฉี่บนถนนสายที่ 5 (The 5thAvenue) จนไปถึงถูกสุดๆ แบบกรี๊ดสลบที่ย่านโซโห (SOHO) รวมไปถึงจตุรัสไทม์สแควร์ (Time Square) และละครบรอดเวย์ (Broadway Theater) ที่ใครๆ พูดถึง ที่สำคัญที่สุดและห้ามพลาดคือการไปเที่ยวชมเทพีเสรีภาพบนเกาะลิเบอร์ตี้ (Statue of Liberty)ไปเที่ยวช่วงไหนดี ไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ถ้าอยากเห็นหิมะสวยๆ และบรรยากาศคริสต์มาสเก๋ๆ

โฮโนลูลู (Honolulu) รัฐฮาวาย (Hawaii)

ไม่ต้องอธิบายกันมากกับบรรยากาศสวมเสื้อฮาวายจิบค็อกเทลริมหาดไวกิกิอันโด่งดังผืนทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า น้ำทะเลใสกิ๊ก ทั้งยังเป็นแหล่งโต้คลื่นในฝันของนักเล่นกระดานโต้คลื่นทุกรุ่น ถ้าได้มาฮาวายทั้งทีคุณต้องไม่พลาดไปเที่ยวหาดไวกีกิ (Waikiki Beach) ชายหาดที่มีชื่อเสียงของที่นี่ นอกจากยังมีที่ท่องเที่ยวชื่อดังอื่นๆ อีก เช่น พิพิธภัณฑ์สงครามเพิร์ลฮาเบอร์ (Pearl Harbor) และพระราชวังเก่าอิโอลานิ (Iolani Palace)

เมืองแห่งอุทยานแห่งชาติสหรัฐอเมริกา รัฐไวโอมิง (Wyoming)

ไวโอมิงเป็นรัฐที่มีอุทยานแห่งชาติที่สวยงามและมีชื่อเสียงของอเมริกาหลายแห่ง อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติเยลโล่ว์สโตน (Yellow Stone) ที่มีครบครันทั้งกองหินประหลาด น้ำพุร้อน น้ำตก ทะเลสาป สัตว์ป่าและพันธุ์ไม้ อุทยานแห่งชาติแกรนด์เทตัน (Grand Teton) ไปชมวิวเทือกเขาสวยตัดกับทะเลสาปใสที่สวยจับใจ อนุสาวรีย์แห่งชาติเดวิลส์ทาวเวอร์ (Devils Tower) ภูเขาหินอัคนีรูปทรงประหลาดขนาดใหญ่มหึมาซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ไฮไลท์ของที่ไวโอมิงคือการไปนอนค้างแรมกินบรรยากาศสุดฟินในบ้านไม้ซุงกลางเยลโล่สโตน

ลาสเวกัส (Las Vegas) รัฐเนวาดา (Nevada)

เมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายแต่อัดแน่นไปด้วยคาสิโนรีสอร์ทชื่อดัง โรงแรมสุดหรู และโชว์ระดับโลกสุดอลังการ นอกจากนี้ยังมีเขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam) เขื่อนยักษ์ที่เคยใช้ถ่ายทำภาพยนต์ทรานสฟอเมอร์และซุปเปอร์แมน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมันดาเลย์ (Mandalay Bay Shark Reef) หน้าผาหินแดงเรดร็อค (Red Rock Canyon) รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ป้ายไฟนีออนมิวเซียม (Neon Museum) ที่น่าสนใจ ที่สำคัญคุณต้องไม่พลาดการแสดงโชว์แสงสีเสียงที่มีให้นักท่องเที่ยวดูฟรีๆ ที่หลายโรงแรมจัดมาประชันกันเพื่อเรียกลูกค้ายามค่ำคืน

ออร์ลันโด (Orlando) รัฐฟลอริดา (Florida)

เมืองแห่งความบันเทิงครบครัน ทั้งสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) สวนสัตว์น้ำซีเวิลด์ (Sea World) ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studio) รีสอร์ทสุดหรู สปาชั้นเลิศ พิพิธภัณฑ์ เมืองโบราณและร้านอาหารชั้นนำ เรียกได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวสุขสันต์ของครอบครัว ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการไปเที่ยวพร้อมถ่ายรูปกับปราสาทเทพนิยาย และชมขบวนพาเหรดในเมจิคคิงดอม (Magic Kingdom) ที่ดิสนีย์แลนด์

ซานฟรานซิสโก (San Francisco) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California)

บิ๊กเซอร์ (Big Sur) ถ้าถามถึงเส้นทางการขับรถเที่ยวแบบบรรยากาศดี วิวสวยอันดับต้น ๆ ของโลก ชื่อของบิ๊กเซอร์ จะต้องเป็น 1 ในนั้นแน่นอน เพราะเป็นถนนที่สร้างขึ้นเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตลอดทั้งเส้นทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้เที่ยวชมเยอะมาก ๆ วิวของท้องทะเลและหน้าผาหินริมชายฝั่งทะเล ที่ถูกปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว ช่างเข้ากันสุด ๆ ลองนึกภาพการได้ขับรถเล่นไปเรื่อย ๆ ริมชายฝั่งทะเล มีหาดทรายให้ได้แวะพักนั่งเล่น อากาศเย็นสบาย สดชื่น มันจะฟินขนาดไหนนะ

สะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge)สะพานโกลเดนเกต ตั้งอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย มีลักษณะเป็นสะพานแขวนยาวเชื่อมระหว่างตัวเมืองซานฟรานซิสโกกับ Marin Headlands มีความยาวประมาณ 1.7 ไมล์ มีสีส้มสดใส เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1937 โดยบนสะพานจะมีช่องเดินรถสำหรับรถยนต์ 3 ช่องทาง และสำหรับรถไฟ 2 ช่องทาง ซึ่งทำให้การจราจรในซานฟรานซิสโกสะดวกขึ้นมาก ๆ และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโดดเด่นของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ซึ่งในช่วงที่มีหมอกสะพานแห่งนี้จะมีความสวยงามมาก ๆ คุณจะเห็นสะพานสีส้มโผล่ขึ้นมาท่ามกลางหมอกสีขาวอย่างสง่างาม เป็นภาพที่อยากให้คุณได้ไปสัมผัสกันสักครั้ง

เมืองประวัติศาสตร์ที่มีมนต์สเน่ห์ของวัฒนธรรมสเปน สวนสวยและชายหาดมากมาย ที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงคือชุมชนเมืองเก่าแบบสเปน (Old Town) สวนสัตว์ซานดิเอโก (San Diego Zoo) สวนบาลเบา (Balboa Park) ชายหาดลาโฮยา (La Jolla Beach) ไฮไลท์ของที่นี่คือการไปชมการแสดงของปลาวาฬเพชรฆาตแสนรู้ที่สวนสัตว์น้ำซีเวิลด์ (Sea World)

ลอสแอนเจลิส (Los Angeles) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California)

หรือที่เรียกกันว่าแอลเอ เป็นเมืองชื่อดังที่สุดของฝั่งตะวันตกของอเมริกา มีชื่อเสียงจากอุตสาหกรรมหนังฮอลลีวูด เช่น พาราเมาต์สตูดิโอ (Paramount Studio) ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมโรงถ่ายหนังด้านในได้ด้วย นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมความบันเทิงต่างๆ เช่น สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ (Universal Studio) แหล่งช้อปปิ้งสุดหรูอย่างโรดิโอไดรฟ์ (Rodeo Drive) และเบเวอร์รีฮิลส์ (Beverly Hills) ไฮไลท์ของแอลเอที่ต้องไปคือถนนฮอลลีวูดวอร์กออฟเฟม (Hollywood Walk of Fame) แหล่งบันเทิงชื่อดังที่มีพื้นถนนเป็นหินอ่อนรูปดาวจารึกชื่อดาราและผู้มีชื่อเสียงในวงการมายาอเมริกัน

ทะเลสาบ Crater Lake รัฐออริกอน

ทะเลสาบ Crater Lake ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ Crater Lake รัฐออริกอน เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในอเมริกา ด้วยความลึก 1,943 ฟุต ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วย ทะเลสาบ Crater Lake เกิดจากการที่ภูเขาไฟระเบิดและดับลงเมื่อประมาณ 7,700 ปีที่แล้ว เมื่อมีฝนตกและหิมะในฤดูหนาวละลายก็กลายเป็นทะเลสาบสีฟ้าใสอันสวยงาม ซึ่งล้อมรอบไปด้วยหน้าผาหินปากปล่องภูเขาไฟ และป่าสนสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ และภายในทะเลสาบยังมีเกาะ Wizard ตั้งอยู่ด้วย สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับที่นี่ได้อย่างดีเยี่ยม นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บรรยากาศดี เงียบสงบ

สนใจที่ไหนก็ลองอ่านดูนะคะรับประกันท่องเที่ยวมีหลากหลาย

 

แสดงความคิดเห็น

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *